วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2559

What about desserts?

ของหวาน "Desserts"

คำว่า "ขนม" เข้าใจว่ามาจากคำสองคำที่ผสมกันมาแล้ว คือ ข้าวหนม กับข้าวนม ข้าวหนมนั้นเข้าใจว่าเป็นข้าวผสมกับน้ำอ้อย น้ำตาล โดยคำว่า หนมแปลว่า หวาน อย่างข้าวหนมก็แปลว่า ข้าวหวาน เรียกสั้น ๆ เร็ว ๆ จึงเพี้ยนเป็นขนมไป ส่วนที่มาจากข้าวนม (ข้าวเคล้านม) ออกจะดูเป็นแขกเพราะว่าอาหารของแขกบางชนิดใช้ข้าวมธุปายาสของแขกโบราณ (ดังที่นางสุชาดา ทำถวายพระพุทธเข้าเมื่อตอนตรัสรู้ก็ว่าเป็นข้
าวหุงกับนม) และเช่นเดียวกันเมื่อพูดเร็ว ๆ จึงเพี้ยนกลายเป็นขนมแทน

คำว่าขนมมีใช้มานานหลายร้อยปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคำผสมของอะไร จึงเป็นการยากที่จะสันนิษฐานให้แน่นอนได้ ของที่เรียกว่าขนมในสมัยโบราณ หรือในสมัยที่จะมีคำว่าขนมนั้นจะเป็นของที่เกิดจากข้าวตำป่น (แป้ง) แล้วผสมกับน้ำตาลเท่านั้น ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นขนมรุ่นแรก ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวถึงขนมต้มไว้เหมือนกัน เดิมมีแป้งกับน้ำตาล ต่อมามีคนดัดแปลงสอดไส้เข้าไปอีก ถึงตอนนี้ยังมีมะพร้าวปนอยู่ด้วย ขนมไทยจึงมี มะพร้าว แป้ง และน้ำตาล ไม่พ้น ของทั้ง 3 เป็นของพื้นเมืองที่หาได้โดยทั่วไป


















ขนมหวาน เป็นหนึ่งในประเภทของขนม ซึ่งขนมหวานของแต่ละประเทศนั้นมีความแตกต่างกัน ในทั้งรสชาติและวิธีทำดังเช่น ขนมหวานไทย จะมีกะทิเป็นส่วนประกอบหลัก ขนมหวานอิตาลีจะมีแป้งอยู่ในทุกเมนู แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นขนมหวานประเทศใดก็จะมีความอร่อย ละมุน และ มักกินหลังอาหารเพื่อเป็นการแก้คาว ในมื้ออาหารนั้นๆ ขนมหวานที่พบอยู่บ่อยๆ ได้แก่ ไอศกรีม ปังเย็น น้ำแข็งใส เป็นต้น







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น